อินทรีเหล็ก พ่ายพลังโสมโดนรัวท้ายเกมกอดคอร่วงรอบแรก

“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แพ็็คกระเป๋ากลับบ้านด้วยความชอกช้ำระกำทรวงเมื่อเผด็จศึก “โสมขาว” เกาหลีใต้ ไม่ได้จนโดนอีกฝ่ายยิงดับช่วงทดเจ็บ 2-0 และส่งให้พวกเขาเป็นแชมป์เก่าอีกทีมที่ตกรอบแบ่งกลุ่ม เวิลด์ คัพ สุดเจ็บปวด ส่วน สวีเดน ชนะ เม็กซิโก 3-0 กอดคอเข้ารอบด้วยกัน

ฟุตบอลโลก 2018
เกาหลีใต้ 2-0 เยอรมนี

เกมนัดสุดท้ายของกลุ่ม F เยอรมนี อันดับ 2 มี 3 แต้ม ลงเล่นที่ คาซาน อารีนา เจอ เกาหลีใต้ บ๊วยไม่มีแต้ม เกมนี้ “อินทรีเหล็ก” หวังชัยชนะเพื่อเข้ารอบเป็นทีมที่ 2 ของกลุ่ม ส่วน “โสมขาว” ยังมีโอกาสหากพวกเขาชนะเกมนี้แบบยิงได้เยอะๆแล้วลุ้นให้ เม็กซิโก ชนะ สวีเดน ซึ่งมี 3 แต้มเท่ากัน ก่อนไปวัดที่ประตูได้เสีย

เปิดเกมมา 6 นาที เยอรมนี ทักทายก่อนเลย นิคลาส ซูเล่ จ่ายมาให้ มาร์โก รอยส์ ส่องด้วยขวาแต่ไม่เข้าเป้า ถัดมา นาที 19 เกาหลีใต้ ได้ฟรีคิกระยะอันตราย จุง วู ยัง ปั่นเข้าไปกลางประตู มานูเอล นอยเออร์ รับบอลปลิ้นแต่ยังดีพุ่งไปปัดทิ้งจังหวะสองได้

เกาหลีใต้ เริ่มบุกมากขึ้น นาที 25 ลี แจ ซุง โหม่งติดบล็อคจังหวะแรก ซอน เฮือน มิน วิ่งมาซ้ำดาบสองแต่ก็ข้ามคาน ด้าน อินทรีเหล็ก นาที 39 บอลจากลูกตั้งเตะ โทนี โครส สาดมาให้ ลีออน โกเรตซกา โหม่งแต่ก็พลาดออกหลัง จบครึ่งแรกเสมอก่อน 0-0

ครึ่งหลัง เยอรมนี จะเอาประตูให้ได้ นาที 49 โจชัว คิมมิช เปิดมาให้ ลีออน โกเรตซกา โหม่งแต่ โจ เฮียว วู ซูเปอร์เซฟสุดยอด ข้ามมา นาที 69 ยังเป็นลูกโด่ง โจชัว คิมมิช เปิดเข้าหัว มาริโอ โกเมซ โขกเข้ากลางประตูแต่ โจ เฮียว วู กระโดดรับติดมือสบายๆ

ท้ายเกม นาที 83 เทพีแห่งชัยชนะยังไม่เห็นใจแชมป์เก่า โทนี โครส เก็บบอลหน้าเขตโทษได้แต่ซัดข้ามคาน และสุดท้าย นาที 93 เกาหลีใต้ มาได้ประตูแบบช็อคแฟนบอล “อินทรีเหล็ก” 1-0 เมื่อ คิม ยอง กวอน ได้บอลปลิ้นจากคู่แข่งหน้าประตูแล้วยิงเข้าไป ก่อนที่ VAR จะยืนยันประตูนี้อีกที

ไม่เพียงเท่านั้น นาที 95 กองเชียร์ เกาหลีใต้ กรีดร้องสุดเสียง จู เซ ยอง สาดบอลครึ่งสนามให้ ซอน เฮือน มิน หลุดเดี่ยวแบบไม่มี มานูเอล นอยเออร์ เฝ้าเสาเพราะอยู่แดนตรงข้าม ก่อนแปเข้าไปนิ่มๆไม่เหลือ 2-0 จบเกม ทีมของ โยอาคิม เลิฟ กลายเป็นแชมป์เก่าที่จอดป้ายกลับบ้านเร็วก่อนใคร

ส่วนผลอีกคู่มีเซอร์ไพรส์เมื่อ สวีเดน จัดการโค่น เม็กซิโก ที่ชนะมา 2 นัดติด 3-0 จากประตูของ ลุดวิก ออกัสตินส์สัน, อันเดรียส แกรนควิสต์ และ เอ็ดสัน อัลวาเรซ สกัดเข้าประตูตัวเอง ผลที่ออกมาทำให้ 2 ทีมนี้มี 6 แต้มเท่ากัน และกอดคอเข้ารอบ 16 ทีมไปทั้งคู่

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เกาหลีใต้ – โจ เฮียว วู, คิม ยัง กวอน, ยุน ยัง ซัน, ฮอง ชุล, ลี ยัง, จาง ฮุน ซู, จุง วู ยัง, มูน ซอน มิน, ลี แจ ซุง, ซอน เฮือน มิน, คู จา โชล

เยอรมนี – มานูเอล นอยเออร์, มัตส์ ฮุมเมลส์, นิคลาส ซูเล่, โจนาส เฮคเตอร์, โจชัว คิมมิช, โทนี โครส, ลีออน โกเรตซกา, ซามี เคดิร่า, ทิโม แวร์เนอร์, มาร์โก รอยส์, เมซุต โอซิล

 

เกอิต้า ขอสานต่อตำนายหมายเลข 8 ต่อจากเจอร์ราร์ด

นาบี เกอิต้า มิดฟิลด์ป้ายแดง ลิเวอร์พูล รำลึกความทรงจำ รับมอบเสื้อหมายเลข 8 หวังสร้างความยิ่งใหญ ตามรอย สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมตำนานของสโมสร

 

กองกลางชาวกินี กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ หลังบรรลุข้อตกลงมูลค่า 52 ล้านปอนด์ (2.34 พันล้านบาท) ย้ายจาก อาร์เบ ไลป์ซิก ทีมดังแห่ง บุนเดสลีกา เยอรมัน ตั้งแต่ซัมเมอร์ปี 2017

โดย แข้งวัย 23 ปี จะกลายเป็นขุนพล “หงส์แดง” คนแรก ที่สวมหมายเลขแห่งตำนาน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2015 ซึ่ง “สตีวีจี” อำลาถิ่น แอนฟิลด์ ซบ แอลเอ กาแล็กซี สโมสรระดับ เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ ของ สหรัฐอเมริกา

เกอิต้า ซึ่งเคยพบ เจอร์ราร์ด สมัยยังคุมทีมเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี กล่าว “มันเป็นวันที่ผมประทับใจสุดๆ เขามอบเสื้อเบอร์ 8 แก่ผม ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์ และไม่เคยคาดคิดมาก่อน”

“ตอนเขาเดินมาหา ผมมองเขาแล้วพูดว่า ว้าว!! เพราะเขาคือตำนาน เขาเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการยกย่อง ทุ่มเทเต็มร้อยเวลาอยู่บนสนาม และคนๆ หนึ่งที่มีความผูกพันกับสโมสรอย่างลึกซึ้ง หากคนแบบนั้นมอบเสื้อของเขาแก่คุณ ก็จะต้องพยายามรีดฟอร์มให้ใกล้เคียงกับเขามากสุดเท่าที่ทำได้”

แซมบ้า อัดเซิร์บ ควงสวิส ที่โดนคอสตาริกาตามเจ๊า ลิ่ว16ทีม

บราซิล จัดการปิดเกมสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มได้ไม่ยากเย็นนักหลังปราบ เซอร์เบีย 2-0 ก่อนเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มไปเจอ เม็กซิโก รอบหน้า เวิลด์ คัพ 2018 ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ ได้แค่เจ๊า คอสตา ริก้า 2-2 แต่ก็เข้ารอบมาเป็นที่ 2

ฟุตบอลโลก 2018
เซอร์เบีย 0-2 บราซิล

เกมนัดสุดท้ายกลุ่ม E บราซิล จ่าฝูงมี 4 แต้ม ลงเล่นที่ โอคริตตี อารีนา เจอกับ เซอร์เบีย อันดับ 3 มี 3 แต้ม คู่นี้ต่างฝ่ายต่างหวังชัยชนะเพื่อการันตีเข้ารอบหลังยังมีโอกาสกันหมด เกมนี้ เซอร์เบีย ให้ เนมานย่า มาติช คุมแดนกลาง มี เซอร์เกจ มิลินโควิช-ซาวิช กับ อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช ทำเกมบุก ส่วน “แซมบ้า” นำโดยจอมทัพ เนย์มาร์, วิลเลียน และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

เกมผ่านไป 20 นาทีไม่มีจังหวะเสียว จนนาที 24 บราซิล มีโอกาสนำ เนย์มาร์ สอดขึ้นมาหน้าประตูแล้วปั่นด้วยซ้ายแต่ วลาดิเมียร์ สตอยโควิช ปัดได้ ต่อมา นาที 29 แซมบ้า มาอีก กาเบรียล เฆซุส วิ่งลากบอลไปสุดเส้นหลังก่อนล็อก 1 จังหวะแต่ช้าเลยยิงติดบล็อค

บราซิล ยังมาดีกว่าจน นาที 36 ก็นำจนได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ โยนโด่งมาแล้ว เปาลินโญ่ กระดกบอลหนี วลาดิเมียร์ สตอยโควิช เข้า 1-0 ด้านของ เซอร์เบีย นาที 40 ดูซาน ทาดิช มีโอกาสพังประตูตีเสมอให้ชาติบ้านเกิดแต่ไม่เข้ากรอบ จบครึ่งแรก แซมบ้า นำ 1 ลูก

ครึ่งหลัง นาที 57 บราซิล เกือบได้ลูกสอง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ให้บอลแม่สู่เท้า เนย์มาร์ กระชากเดี่ยวๆแต่ยิงช้าเจอ วลาดิเมียร์ สตอยโควิช เซฟได้ ฝั่ง เซอร์เบีย นาที 65 พลาดตีเสมอได้อย่างไร อันโตนิโอ รูคาวินา โยนให้ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช โขกเหน่งๆแต่เข้าซอง อลิสสัน

เมื่อทำไม่ได้ นาที 68 แซมบ้า ก็บวกเพิ่ม 2-0 เนย์มาร์ เปิดลูกเตะมุมไปแล้ว ติอาโก ซิลวา โหม่งโล่งๆตุงตาข่าย ส่วนท้ายเกม นาที 86 เนย์มาร์ เกือบมีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ดหลังหลุดไปหน้าประตูแต่ยิงไปติดมือ วลาดิเมียร์ สตอยโควิช นิดเดียว จบเกม บราซิล เก็บเพิ่ม 7 แต้ม เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม

ส่วนเกมอีกคู่ สวิตเซอร์แลนด์ เสมอ คอสตา ริก้า สุดมันท้ายเกม 2-2 โดย คอสตา ริก้า พังประตูจุดโทษตอนท้ายจาก ไบรอัน รุยซ์ แต่ก็ไม่มีผลอะไรต่อแข้ง “สวิส” ที่เข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มมี 5 แต้มเท่ากัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เซอร์เบีย – วลาดิเมียร์ สตอยโควิช, มิลอส เวลโควิช, นิโคลา มิเลนโควิช, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ, อันโตนิโอ รูคาวินา, อเดม ลายิช, เนมานยา มาติช, เซอร์เกจ มิลินโควิช-ซาวิช, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช, ฟิลิป คอสติก, ดูซาน ทาดิช

บราซิล – อลิสสัน, มิรานด้า, ติอาโก ซิลวา, มาร์เซโล, ฟากเนอร์, คาเซมิโร่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เปาลินโญ่, กาเบรียล เฆซุส, เนย์มาร์, วิลเลียน

เซเนกัล vs โคลอมเบีย

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2561

เวลา 21.00 น. ถ่ายทอดสด ททบ.5 , true sport HD 3

ผลการพบกันล่าสุด

01/06/2014  โคลัมเบีย 2 – 2  เซเนกัล

26/06/2011  โคลัมเบีย 2 – 0 เซเนกัล

ความพร้อมและสภาพทีม

เซเนกัล

อาลิยู ซิสเซ่ เทรนเนอร์เซเนกัล เสียดายที่ทำ 3 แต้มหลุดมือในเกมเจอญี่ปุ่น แต่พวกเขายังอยูในสถานการณ๋ที่ได้เปรียบต่อการเข้ารอบ นั่นคือไม่แพ้ก็จะตีตั๋วทันที แม้พวกเขาแพ้ก็ยังมีโอกาสเข้า หากว่าญี่ปุ่นแพ้ให้ โปแลนด์ด้วยสกอร์ห่างมากกว่าพวกเขา

ทีมไม่มีตัวแบนหรือตัวเจ็บ พร้อมลงช่วยทีมได้หมด คาดว่า ซิสเซ่ จะใช้นักเตะชุดเดิมลงสนามเกือบทั้งหมด เน้นแดนกลางในระบบ 4-1-4-1 หรือ 4-3-3 นั่นเอง อัลเฟร็ด เอ็นดิอาย เป็นตัวตัดเกมอยู่หน้าแผงหลัง บาดู เอ็นดิอาย กับ อิดริสซ่า กาน่า เกย์ คุมแดนกลาง ริมเส้นเป็น ซาดิโอ มาเน่ กับ อิสไมล่า ซาร์ ส่วนหน้าเป้ายังไว้ใจ เอ็มบาย เนียง แม้จะฟอร์มฝืดในเกมที่แล้วก็ตาม

โคลอมเบีย

กลับมาร้อนแรง เข้าฟอร์มอีกครั้งสำหรับโคลอมเบีย ภายใต้การคุมทีมของ โฮเซ่ เปเกร์มัน ด้วยการเอาชนะโปแลนด์ 3-0 ทำให้พวกเขามีโอกาสพลิกเข้ารอยได้อย่างเต็มที่ เกมนี้หากชนะ โคลอมเบีย ตีตั๋วเข้ารอบทันที แต่หากเสมอ ก็ต้องลุ้นให้โปแลนด์ ชนะญี่ปุ่นเยอะๆ หน่อย

สภาพทีมของ โคลอมเบีย จะได้ตัว การ์ลอส ซานเชซ ที่โดนใบแดงในเกมแพ้ญี่ปุ่นและโดนแบนในเกมที่แล้ว พ้นโทษกลับมาแล้ว แต่คงเป็นแค่สำรอง ด้าน อาเบล อากีลาร์ ที่เจ็บจากเกมที่แล้วไม่น่าจะฟิตทันทำให้ มาเตอุส อูริเบ ลงสนามเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับ วิลมาร์ บาร์ริออส แนวรับ เยร์รี่ มีน่า ได้รับคำชมจาก เปเกร์มัน ในเรื่องเล่นลูกกลางอากาศได้ดี จะได้ลงสนามต่อไป
แนวรุกกำลังลงตัว ฮวน กินเตโร่ ได้ลงต่อทำเกมร่วมกับ ฮาเมส โรดริเกซ และ ฮวน กัวดราโด้ กองหน้าตัวเป้า ราดาเมล ฟัลเกา พร้อมลงล่าตาข่าย

ความน่าจะเป็นของเกม

เกมแรกที่แพ้ ญี่ปุ่น ชัดเจนว่า โคลอมเบีย ดันพลาดโดนใบแดงเร็ว ทำเอารวน แต่เกมกับโปแลนด์ พวกเขากลับมาเข้าฟอร์ม พลังเกมรุกเข้าฝัก เซเนกัล บอลไม่ละเอียด เน้นความเร็วความถึกนักเตะที่เล่นกันไม่เข้าขา เกมนี้คงโดนโคลอมเบีย ที่เฉียบคมเอาชนะไปได้

ผลการแข่งขันที่คาด : โคลอมเบีย ชนะ 3 – 1

อังกฤษ​ vs เบลเยี่ยม

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2561

เวลา 01.00 น. ถ่ายทอดสด ททบ.5 ,true sport HD 3

ผลการพบกันล่าสุด

03/06/2012 อังกฤษ 1 – 0 เบลเยี่ยม

ความพร้อมและสภาพทีม

อังกฤษ 

แกเร็ธ เซาธ์เกต เทรนเนอร์ทีมชาติอังกฤษ พาทีมถล่มปานามา 6-1 ในนัดที่ 2 เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด พร้อมตีตั๋วผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์เรียบร้อย

ความพร้อมเกมนี้ เซาธ์เกตจะได้ เดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์คนสำคัญหายเจ็บต้นขากลับมาเป็นตัวเลือกและน่าจะได้ออกสตาร์ต  เชื่อว่าคงมีการปรับเปลี่ยนพอสมควร ไคล์ วอล์คเกอร์ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค มีใบเหลืองติดตัว คาดว่าน่าจะได้พักไป พร้อมกับเป็นโอกาสของพวก

แข้งสำรองอย่าง เอริก ดายเออร์, ฟาเบียน เดลฟ์, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นต้น  อังกฤษจะลงสนามในระบบ 3-5-2 นายทวารได้แก่ จอร์แดน พิคฟอร์ด แนวรับประกอบไปด้วยฟิล โจนส์, จอห์น สโตนส์ และ แกรี่ เคฮิลล์  แดนกลาง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะเดินเกมร่วมกับ เดเล่ อัลลี่, เอริก ดายเออร์, ฟาเบียน เดลฟ์ และ แดนนี่ โรส ส่วนแดนหน้า เจมี่ วาร์ดี้ จะ ล่าตาข่ายคู่กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด แทนที่ แฮร์รี่ เคน ที่จะได้พัก

เบลเยี่ยม

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ชาวสแปนิชของทีมชาติเบลเยียม พาทีมถล่มตูนิเซีย 5-2 ในนัดที่ 2 เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด พร้อมตีตั๋วเข้ารอบ เรียบร้อย

สภาพทีมเกมนี้ ”มาร์ตี้” ต้องรอดูความพร้อมของ โรเมลู ลูกากู ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่เชื่อว่าก็น่าจะได้พักอยู่ดี รวมไปถึง เอแด็น อาซาร์ และ  ดรีส์ เมอร์เท่นส์  เช่นเดียวกับ แยน แฟร์ต็องเก้น, เควิน เดอ บรอยน์ และ โธมัส เมอนิเย่ร์ ที่ติดคาดโทษใบเหลือง ก็น่าจะได้พักไปโดยปริยาย  ส่วน แว็งซ็องต์ ก็องปานี และ โธมัส แฟร์มาเล่น 2 กองหลังตัวเก๋า ที่กลับมาซ้อมได้แล้ว ก็มีลุ้นออกสตาร์ตเกมแรก

เบลเยียมจะลงสนามในระบบ 3-4-2-1 โดยมี ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าเสา แนวรับประกอบไปด้วยโทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี และ โธมัส แฟร์มาเล่น  แดนกลาง อั๊ดนาน ยานาไซ จะเดินเกมร่วมกับ มารูยาน เฟลไลนี่, มูซ่า เดมเบเล่ และ นาเซอร์ ชาดลี่ ส่วน ยูริ ตีเลม็องส์ และ ธอร์กกาน อาซาร์ จะทำเกม รุกสนับสนุน มิชี่ บาตชูอายี่ ที่ยืนหอกเป้า

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อังกฤษ (3-5-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – ฟิล โจนส์, จอห์น สโตนส์, แกรี่ เคฮิลล์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดเล่ อัลลี่, เอริก ดายเออร์, ฟาเบียน เดลฟ์, แดนนี่ โรส – เจมี่ วาร์ดี้, มาร์คัส แรชฟอร์ด

เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โธมัส แฟร์มาเล่น – อั๊ดนาน ยานาไซ, มารูยาน เฟลไลนี่, มูซ่า เดมเบเล่, นาเซอร์ ชาดลี่ – ยูริ ตีเลม็องส์, ธอร์กกาน อาซาร์ – มิชี่ บาตชูอายี่

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

ความน่าจะเป็นของเกม

เกมนี้เป็นเพียงการหาแชมป์กลุ่มเท่านั้น การจัดตัวของทั้งคู่น่าจะเน้นสำรองลงสนามมากกว่า อยู่ที่ว่าตัวสำรองที่ได้รับโอกาสจะรีดฟอร์มเก่งออกมากันมากแค่ไหนและมีโอกาสที่เกมนี้จะจบลงด้วยการเสมอสูง

ผลการแข่งชันที่คาด : เสมอ 2 – 2

เลิฟ เผยเตรียมลาออกเก้าอี้นายใหญ่หลังพาอินทรีร่วงรอบแรกบอลโลก

โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมัน เสียใจที่ไม่สามารถทำทีมป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก เวิลด์ คัพ ได้สำเร็จที่รัสเซียหลังถูกเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบ 80 ปี พร้อมขอใช้เวลาพิจารณาตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่องอนาคตว่าจะทำทีมต่อหรือลาออก

กุนซือวัย 58 ปี ประสบความสำเร็จพา “อินทรีเหล็ก” เป็นแชมป์โลกเมื่อ 4 ปีที่แล้วในบราซิล พร้อมต่อสัญญาคุมทีมยาวจนถึงปี 2022 ทว่า ความพ่ายแพ้ต่อ เม็กซิโก และ เกาหลีใต้ ในเวิลด์ คัพ ครั้งล่าสุดจนทีมต้องตกรอบ ทำเอาเก้าอี้นายใหญ่ที่นั่งมานานถึงกับสั่นคลอน

เยอรมนี ถือเป็นทีมเต็งแห่งทัวร์นาเมนต์และไม่เคยตกรอบแบ่งกลุ่มตั้งแต่ปี 1938 เป็นต้นมา ทว่า เมื่อผลงานน่าผิดหวัง เลิฟ ก็พร้อมนำความผิดพลาดมาพิจารณาตัวเอง “มันยากที่จะพูดในตอนนี้ คงต้องใช้เวลาสัก 2-3 ชั่วโมง”

“ผมรู้สึกช็อกเพราะเราไม่ได้เตรียมตัวสำหรับสิ่งนี้ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายกับทีม พวกเขาต้องเดินต่อไปข้างหน้า แน่นอนว่าผิดหวังยิ่งที่พวกเราต้องตกรอบ แต่ผมก็คิดว่าควรพิจารณาเรื่องต่างๆ ด้วยความใจเย็น”

“มันคือความเสียหายที่หนักหนา เราไม่ดีพอที่จะเป็นแชมป์อีกครั้ง ไม่สมควรจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เราต้องการชัยชนะแต่กลับไม่สามารถทำได้ ขาดความกระหายต่อมัน สวีเดน ยิงขึ้นนำที่อีกสนาม ทว่าเราก็ไม่ดีพอที่จะเอาประตูมาได้ สมควรตกรอบแล้ว”

โอซิล เดือด ปะทะคารมแฟนบอลหลังเกมพ่ายโสมตกรอบแรก

เมซุต โอซิล กองกลางตัวเก๋าทีมชาติเยอรมนี อารมณ์เดือดมีปากเสียงกับแฟนบอลของตัวเองข้างสนาม หลังจบเกมที่ “อินทรีเหล็ก” โดนโสมขาวฉุดรอบแบ่งกลุ่มไปด้วยกันแบบสุดช็อค ในศึก เวิลด์ คัพ 2018 ในรัสเซีย ค่ำคืนวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ความพ่ายแพ้ต่อ เกาหลีใต้ 0-2 นัดสุดท้ายและตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างเหลือเชื่อ ทำให้กองเชียร์ที่บินมาดูถึง คาซาน อารีนา ต่างมีสีหน้าผิดหวังพร้อมกับตะโกนด่าทอนักเตะที่เดินผ่านอุโมงค์เข้าไป ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มี โอซิล รวมอยู่แต่เจ้าตัวไม่นิ่งเฉยมีเปิดปากสวนเช่นกัน

ทีมงานของ “อินทรีเหล็ก” พยายามเข้าไปขวาง โอซิล กับแฟนบอลเพื่อไม่ให้เกิดภาพที่ไม่น่าดูในรัสเซีย แต่ไม่วายถูกสื่อชักภาพเป็นหลักฐานเก็บไว้ ส่วนปัจจุบันนักเตะและทีมงานทุกคนตรงดิ่งกลับบ้านไปแล้วหลังมีคลิปเดินทางไปที่สนามบินหลังจบเกม

เซเนกัลน้ำตาตก โดนโคเคนยิงร่วงแม้แต้มเท่ายุ่น

โคลอมเบีย “สิงโตแห่งเตรันกา” เซเนกัล 1-0 จากประตูของ เยร์รี มินา ปราการหลังสังกัด บาร์เซโลนา ที่สนาม ซามารา อารีนา วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน จูงมือ ญี่ปุ่น เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก ฟุตบอลโลก 2018 

ฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก กลุ่ม H
เซเนกัล 0-1 โคลอมเบีย

โฮเซ เปเกร์มัน กุนซือ โคลอมเบีย ต้องการ 3 คะแนน การันตีเข้ารอบน็อกเอาท์ ส่ง ราดาเมล ฟัลเกา ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ฮาเมส โรดริเกวซ , ฮวน ควาดราโด และ ฮวน ควินเตโร ล่าตาข่าย เซเนกัล ที่มี เอ็ม’บาย เนียง กับ ซาดิโอ มาเน เป็นทีเด็ดแนวรุก

เริ่มเกมมา 12 นาที โคลอมเบีย ทักทายน่ากลัว ฮวน ควินเตโร ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายข้างถนัด บอลกระดอนพื้น คาดิม เอ็น’ดิอาย นายทวาร ปัดออกหลัง ก่อนเจอข่าวร้าย นาที 31 ฮาเมส โรดริเกวซ เพลย์เมกเกอร์ความหวัง บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนตัวกับ หลุยส์ มูเรียล

สู้กันต่อครึ่งหลัง แชมป์ โคปา อเมริกา 2001 ยังครองบอลบุกมากกว่า นาที 74 ฮวน ควินเตโร เปิดเตะมุมฝั่งขวาให้ เยร์รี มินา เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ สะบัดกดลงพื้น เสยเพดานตาข่าย ขึ้นนำ 1-0 เซเนกัล หวิดแก้คืนทันควัน นาที 77 ซาดิโอ มาเน แทงเจาะตรงกลางให้ เอ็ม’บาย เนียง แต่งหนีมาฝั่งขวา แล้วยิงยัดเต็มแรง ดาบิด ออสปินา นายทวาร ป้องกันไว้ได้

จบเกม โคลอมเบีย เก็บเพิ่มเป็น 6 แต้ม จาก 3 นัด แซงคว้าแชมป์สาย รอลุ้นผลคู่ดึก (01.00 น.) กลุ่ม G ว่าจะดวลกับ อังกฤษ หรือ เบลเยียม ขณะที่ เซเนกัล มี 4 แต้มเท่าเดิม จาก 3 นัด

ผลการแข่งขันอีกคู่หนึ่ง ที่สนาม โวลโกกราด อารีนา ญี่ปุ่น ปิดฉากรอบแบ่งกลุ่ม พ่ายแก่ โปแลนด์ แบบหวุดหวิด 0-1 จากประตูของ แยน เบดนาเร็ก เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ นาที 59 มี 4 แต้ม จาก 3 นัด แถมผลต่างลูกได้-เสียเท่ากับ เซเนกัล ทว่าคะแนน “แฟร์ เพลย์” ดีกว่า (นับใบเหลือง-แดง) จบอันดับ 2 ของสาย ส่วน โปแลนด์ เก็บเพิ่มเป็น 3 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เซเนกัล : คาดิม เอ็น’ดิอาย , คาลิดู คูลิบาลี , ซาลิฟ ซาเน , ยูสซุฟ ซาบาลี , ลามีน กาสซามา , อิดริสซา กูอาย , ชีกู คูยาเต , เกตา บัลเด , อิสไมลา ซาร์ , เอ็ม’บาย เนียง , ซาดิโอ มาเน

โคลอมเบีย : ดาบิด ออสปินา , เดวินสัน ซานเชซ , เยร์รี มินา , โยฮัน โมฮิกา , ซานติอาโก อาริอัส , ฮวน ควินเตโร , มาเตอุส อูริเบ , คาร์ลอส ซานเชซ , ราดาเมล ฟัลเกา , ฮาเมส โรดริเกวซ , ฮวน ควาดราโด

ยานาไซจ์ ซัดพาเบลเยี่ยม เชือดสิงโตคำรามซิวแชมป์กลุ่มลิ่วชนซามูไร

“ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยี่ยม เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่ม G เอาชนะ “สิงโตคำราม” อังกฤษ 1-0 จากประตูสุดสวยของ อัดนาน ยานาไซจ์ อดีตเด็กปั้นแมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่สนาม คาลินิงกราด สเตเดียม คืนวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน

ฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก กลุ่ม G
อังกฤษ 0-1 เบลเยี่ยม

แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือ อังกฤษ ดร็อป แฮร์รี เคน ศูนย์หน้ากัปตันทีม เป็นเพียงสำรอง ส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด จับคู่ เจมี วาร์ดี ล่าตาข่าย เบลเยียม ที่มี มิชี บาตชัวยี , ธอร์แกน อาซาร์ และ ยูริ ตีเลมองส์ เป็นทีเด็ดแนวรุก

เกมผลัดกันรุกและรับ เป็น เบลเยียม จบสกอร์จะแจ้งกว่านาที 6 ยูริ ตีเลมองส์ ตะบันลูกใบไม้ร่วงด้วยขวาระยะราว 25 หลา ทิศทางตรงตัว จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร จึงปัดไว้ได้ ต่อมานาที 27 ธอร์แกน อาซาร์ โยนเตะมุมฝั่งขวามาเสาสอง มารูยาน เฟลไลนี พักอกแล้วกดเรียดด้วยขวาถูก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สกัดบนเส้น

สู้กันต่อครึ่งหลัง ทีมของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ขึ้นนำ 1-0 นาที 51 อัดนาน ยานาไซจ์ ลากจี้ฝั่งขวา โยกหนี แดนนี โรส มาเหลี่ยมเท้าซ้ายข้างถนัด บรรจงปั่นเสียบมุมเสาไกล อังกฤษ น่าตีเสมอแบบสุดๆ นาที 66 เจมี วาร์ดี พลิกจ่ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดมาล่อเป้ากับ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ นายทวาร แปเน้นๆ ด้วยขวาติดปลายมือออกหลัง

“ปิศาจแดงแห่งยุโรป” หวิดตอกฝาโลงนาที 88 ดรีส เมอร์เทนส์ ตัวสำรอง สับไกด้วยขวานอกเขต จอร์แดน พิคฟอร์ด ต้องทุบทิ้ง จบเกม เบลเยี่ยม เก็บเพิ่มเป็น 9 แต้ม จาก 3 นัด รอดวลกับ ญี่ปุ่น รอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่ อังกฤษ มี 6 แต้ม รั้งอันดับ 2 ปะทะ โคลอมเบีย แชมป์กลุ่ม H

ผลการแข่งขันอีกคู่หนึ่ง ที่สนาม มอร์โดเวีย อารีนา ตูนิเซีย ตกเป็นรองตั้งแต่นาที 33 หลัง ยาสซีน เมริอาห์ ทำเข้าประตูตัวเอง ก่อนทวงคืน 2 ลูกรวดจาก ฟาเคร็ดดีน เบน ยูสเซฟ นาที 51 กับ วาห์บี คาซรี นาที 66 พลิกเอาชนะ ปานามา 2-1 เก็บ 3 แต้ม สั่งลาทัวร์นาเมนต์ รั้งอันดับ 3 ของสาย

รายชื่อ 11 ตัวจริง
อังกฤษ : จอร์แดน พิคฟอร์ด , จอห์น สโตนส์ , แกรี เคฮิลล์ , ฟิล โจนส์ , เอริค ไดเออร์ , ฟาเบียน เดลฟ์ , รูเบน ลอฟตัส-ชีก , แดนนี โรส , เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , เจมี วาร์ดี , มาร์คัส แรชฟอร์ด

เบลเยี่ยม : ธิโบต์ คูร์ตัวส์ , เดดริค โบยาตา , โธมัส แฟร์มาเลน , ลีแอนเดอร์ เดนดองค์เกอร์ , มูซา เดมเบเล , มารูยาน เฟลไลนี , อัดนาน ยานาไซจ์ , เนเซอร์ แชดลี , มิชี บาตชัวยี , ธอร์แกน อาซาร์ , ยูรี ตีเลมองส์

แค่เข้ารอบก็พอแล้ว กุนซือยุ่น ไม่สนคำวิจารณ์หลังสั่งลูกทีมอุดเกมพ่ายโปล

อากิระ นิชิโนะ กุนซือ ญี่ปุ่น ยอมรับสั่งลูกทีมอย่าเดินเกมรุกใส่ ขณะตกเป็นรอง โปแลนด์ ศึก ฟุตบอลโลก 2018 ก่อนพ่ายไป 0-1 ที่สนาม วอลโกกราด อารีนา วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 

นิชิโนะ วัย 63 ปี ยืดอกสารภาพ หลังพา “ซามูไร บลู” ตีตั๋วสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะอันดับ 2 ของสาย H แบบหวุดหวิด ด้วยคะแนน แฟร์-เพลย์ (นับใบเหลือง-แดง) ดีกว่า เซเนกัล

เกมนี้ ทีมของ อดัม นาวาลกา ขึ้นนำก่อน ด้วยลูกวอลเลย์สุดสวยของ แยน เบดนาเร็ก ปราการหลังสังกัด เซาแธมป์ตัน อย่างไรก็ตาม นิชิโนะ เลือกเดิมพัน “สิงโตแห่งเตรันกา” จะไม่สามารถตามตีเสมอ โคลอมเบีย ช่วงท้ายเกม

อดีตเทรนเนอร์ วิสเซล โกเบ กล่าว “ตอนเราตามอยู่ 0-1 ผมตัดสินใจประคองสถานการณ์ และหวังพึ่งผลการแข่งขันอีกคู่หนึ่ง มันเสี่ยงมาก เพราะมีความเป็นไปได้ที่เราจะเสียเพิ่ม แต่ผมบอกนักเตะว่า ผมต้องการรักษาสกอร์”

“โชคดีเหลือเกินที่นักเตะของผมเชื่อฟังและทำตามคำสั่ง มันน่าเสียใจที่เราไม่พยายามเอาชนะ และยืมจมูกคนอื่นหายใจ แต่ตอนนั้นผมไม่มีแผนอื่น แฟนๆ ส่งเสียงโห่เราในสนาม ผมแน่ใจว่าลูกทีมก็ได้ยินเช่นกัน แต่เราผ่านเข้ารอบ และสุดท้ายมันก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของผม”

Skip to toolbar