อินทรีเหล็ก พ่ายพลังโสมโดนรัวท้ายเกมกอดคอร่วงรอบแรก

“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แพ็็คกระเป๋ากลับบ้านด้วยความชอกช้ำระกำทรวงเมื่อเผด็จศึก “โสมขาว” เกาหลีใต้ ไม่ได้จนโดนอีกฝ่ายยิงดับช่วงทดเจ็บ 2-0 และส่งให้พวกเขาเป็นแชมป์เก่าอีกทีมที่ตกรอบแบ่งกลุ่ม เวิลด์ คัพ สุดเจ็บปวด ส่วน สวีเดน ชนะ เม็กซิโก 3-0 กอดคอเข้ารอบด้วยกัน

ฟุตบอลโลก 2018
เกาหลีใต้ 2-0 เยอรมนี

เกมนัดสุดท้ายของกลุ่ม F เยอรมนี อันดับ 2 มี 3 แต้ม ลงเล่นที่ คาซาน อารีนา เจอ เกาหลีใต้ บ๊วยไม่มีแต้ม เกมนี้ “อินทรีเหล็ก” หวังชัยชนะเพื่อเข้ารอบเป็นทีมที่ 2 ของกลุ่ม ส่วน “โสมขาว” ยังมีโอกาสหากพวกเขาชนะเกมนี้แบบยิงได้เยอะๆแล้วลุ้นให้ เม็กซิโก ชนะ สวีเดน ซึ่งมี 3 แต้มเท่ากัน ก่อนไปวัดที่ประตูได้เสีย

เปิดเกมมา 6 นาที เยอรมนี ทักทายก่อนเลย นิคลาส ซูเล่ จ่ายมาให้ มาร์โก รอยส์ ส่องด้วยขวาแต่ไม่เข้าเป้า ถัดมา นาที 19 เกาหลีใต้ ได้ฟรีคิกระยะอันตราย จุง วู ยัง ปั่นเข้าไปกลางประตู มานูเอล นอยเออร์ รับบอลปลิ้นแต่ยังดีพุ่งไปปัดทิ้งจังหวะสองได้

เกาหลีใต้ เริ่มบุกมากขึ้น นาที 25 ลี แจ ซุง โหม่งติดบล็อคจังหวะแรก ซอน เฮือน มิน วิ่งมาซ้ำดาบสองแต่ก็ข้ามคาน ด้าน อินทรีเหล็ก นาที 39 บอลจากลูกตั้งเตะ โทนี โครส สาดมาให้ ลีออน โกเรตซกา โหม่งแต่ก็พลาดออกหลัง จบครึ่งแรกเสมอก่อน 0-0

ครึ่งหลัง เยอรมนี จะเอาประตูให้ได้ นาที 49 โจชัว คิมมิช เปิดมาให้ ลีออน โกเรตซกา โหม่งแต่ โจ เฮียว วู ซูเปอร์เซฟสุดยอด ข้ามมา นาที 69 ยังเป็นลูกโด่ง โจชัว คิมมิช เปิดเข้าหัว มาริโอ โกเมซ โขกเข้ากลางประตูแต่ โจ เฮียว วู กระโดดรับติดมือสบายๆ

ท้ายเกม นาที 83 เทพีแห่งชัยชนะยังไม่เห็นใจแชมป์เก่า โทนี โครส เก็บบอลหน้าเขตโทษได้แต่ซัดข้ามคาน และสุดท้าย นาที 93 เกาหลีใต้ มาได้ประตูแบบช็อคแฟนบอล “อินทรีเหล็ก” 1-0 เมื่อ คิม ยอง กวอน ได้บอลปลิ้นจากคู่แข่งหน้าประตูแล้วยิงเข้าไป ก่อนที่ VAR จะยืนยันประตูนี้อีกที

ไม่เพียงเท่านั้น นาที 95 กองเชียร์ เกาหลีใต้ กรีดร้องสุดเสียง จู เซ ยอง สาดบอลครึ่งสนามให้ ซอน เฮือน มิน หลุดเดี่ยวแบบไม่มี มานูเอล นอยเออร์ เฝ้าเสาเพราะอยู่แดนตรงข้าม ก่อนแปเข้าไปนิ่มๆไม่เหลือ 2-0 จบเกม ทีมของ โยอาคิม เลิฟ กลายเป็นแชมป์เก่าที่จอดป้ายกลับบ้านเร็วก่อนใคร

ส่วนผลอีกคู่มีเซอร์ไพรส์เมื่อ สวีเดน จัดการโค่น เม็กซิโก ที่ชนะมา 2 นัดติด 3-0 จากประตูของ ลุดวิก ออกัสตินส์สัน, อันเดรียส แกรนควิสต์ และ เอ็ดสัน อัลวาเรซ สกัดเข้าประตูตัวเอง ผลที่ออกมาทำให้ 2 ทีมนี้มี 6 แต้มเท่ากัน และกอดคอเข้ารอบ 16 ทีมไปทั้งคู่

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เกาหลีใต้ – โจ เฮียว วู, คิม ยัง กวอน, ยุน ยัง ซัน, ฮอง ชุล, ลี ยัง, จาง ฮุน ซู, จุง วู ยัง, มูน ซอน มิน, ลี แจ ซุง, ซอน เฮือน มิน, คู จา โชล

เยอรมนี – มานูเอล นอยเออร์, มัตส์ ฮุมเมลส์, นิคลาส ซูเล่, โจนาส เฮคเตอร์, โจชัว คิมมิช, โทนี โครส, ลีออน โกเรตซกา, ซามี เคดิร่า, ทิโม แวร์เนอร์, มาร์โก รอยส์, เมซุต โอซิล

 

เซเนกัล vs โคลอมเบีย

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2561

เวลา 21.00 น. ถ่ายทอดสด ททบ.5 , true sport HD 3

ผลการพบกันล่าสุด

01/06/2014  โคลัมเบีย 2 – 2  เซเนกัล

26/06/2011  โคลัมเบีย 2 – 0 เซเนกัล

ความพร้อมและสภาพทีม

เซเนกัล

อาลิยู ซิสเซ่ เทรนเนอร์เซเนกัล เสียดายที่ทำ 3 แต้มหลุดมือในเกมเจอญี่ปุ่น แต่พวกเขายังอยูในสถานการณ๋ที่ได้เปรียบต่อการเข้ารอบ นั่นคือไม่แพ้ก็จะตีตั๋วทันที แม้พวกเขาแพ้ก็ยังมีโอกาสเข้า หากว่าญี่ปุ่นแพ้ให้ โปแลนด์ด้วยสกอร์ห่างมากกว่าพวกเขา

ทีมไม่มีตัวแบนหรือตัวเจ็บ พร้อมลงช่วยทีมได้หมด คาดว่า ซิสเซ่ จะใช้นักเตะชุดเดิมลงสนามเกือบทั้งหมด เน้นแดนกลางในระบบ 4-1-4-1 หรือ 4-3-3 นั่นเอง อัลเฟร็ด เอ็นดิอาย เป็นตัวตัดเกมอยู่หน้าแผงหลัง บาดู เอ็นดิอาย กับ อิดริสซ่า กาน่า เกย์ คุมแดนกลาง ริมเส้นเป็น ซาดิโอ มาเน่ กับ อิสไมล่า ซาร์ ส่วนหน้าเป้ายังไว้ใจ เอ็มบาย เนียง แม้จะฟอร์มฝืดในเกมที่แล้วก็ตาม

โคลอมเบีย

กลับมาร้อนแรง เข้าฟอร์มอีกครั้งสำหรับโคลอมเบีย ภายใต้การคุมทีมของ โฮเซ่ เปเกร์มัน ด้วยการเอาชนะโปแลนด์ 3-0 ทำให้พวกเขามีโอกาสพลิกเข้ารอยได้อย่างเต็มที่ เกมนี้หากชนะ โคลอมเบีย ตีตั๋วเข้ารอบทันที แต่หากเสมอ ก็ต้องลุ้นให้โปแลนด์ ชนะญี่ปุ่นเยอะๆ หน่อย

สภาพทีมของ โคลอมเบีย จะได้ตัว การ์ลอส ซานเชซ ที่โดนใบแดงในเกมแพ้ญี่ปุ่นและโดนแบนในเกมที่แล้ว พ้นโทษกลับมาแล้ว แต่คงเป็นแค่สำรอง ด้าน อาเบล อากีลาร์ ที่เจ็บจากเกมที่แล้วไม่น่าจะฟิตทันทำให้ มาเตอุส อูริเบ ลงสนามเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับ วิลมาร์ บาร์ริออส แนวรับ เยร์รี่ มีน่า ได้รับคำชมจาก เปเกร์มัน ในเรื่องเล่นลูกกลางอากาศได้ดี จะได้ลงสนามต่อไป
แนวรุกกำลังลงตัว ฮวน กินเตโร่ ได้ลงต่อทำเกมร่วมกับ ฮาเมส โรดริเกซ และ ฮวน กัวดราโด้ กองหน้าตัวเป้า ราดาเมล ฟัลเกา พร้อมลงล่าตาข่าย

ความน่าจะเป็นของเกม

เกมแรกที่แพ้ ญี่ปุ่น ชัดเจนว่า โคลอมเบีย ดันพลาดโดนใบแดงเร็ว ทำเอารวน แต่เกมกับโปแลนด์ พวกเขากลับมาเข้าฟอร์ม พลังเกมรุกเข้าฝัก เซเนกัล บอลไม่ละเอียด เน้นความเร็วความถึกนักเตะที่เล่นกันไม่เข้าขา เกมนี้คงโดนโคลอมเบีย ที่เฉียบคมเอาชนะไปได้

ผลการแข่งขันที่คาด : โคลอมเบีย ชนะ 3 – 1

อังกฤษ​ vs เบลเยี่ยม

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2561

เวลา 01.00 น. ถ่ายทอดสด ททบ.5 ,true sport HD 3

ผลการพบกันล่าสุด

03/06/2012 อังกฤษ 1 – 0 เบลเยี่ยม

ความพร้อมและสภาพทีม

อังกฤษ 

แกเร็ธ เซาธ์เกต เทรนเนอร์ทีมชาติอังกฤษ พาทีมถล่มปานามา 6-1 ในนัดที่ 2 เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด พร้อมตีตั๋วผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์เรียบร้อย

ความพร้อมเกมนี้ เซาธ์เกตจะได้ เดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์คนสำคัญหายเจ็บต้นขากลับมาเป็นตัวเลือกและน่าจะได้ออกสตาร์ต  เชื่อว่าคงมีการปรับเปลี่ยนพอสมควร ไคล์ วอล์คเกอร์ และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค มีใบเหลืองติดตัว คาดว่าน่าจะได้พักไป พร้อมกับเป็นโอกาสของพวก

แข้งสำรองอย่าง เอริก ดายเออร์, ฟาเบียน เดลฟ์, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นต้น  อังกฤษจะลงสนามในระบบ 3-5-2 นายทวารได้แก่ จอร์แดน พิคฟอร์ด แนวรับประกอบไปด้วยฟิล โจนส์, จอห์น สโตนส์ และ แกรี่ เคฮิลล์  แดนกลาง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะเดินเกมร่วมกับ เดเล่ อัลลี่, เอริก ดายเออร์, ฟาเบียน เดลฟ์ และ แดนนี่ โรส ส่วนแดนหน้า เจมี่ วาร์ดี้ จะ ล่าตาข่ายคู่กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด แทนที่ แฮร์รี่ เคน ที่จะได้พัก

เบลเยี่ยม

โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ชาวสแปนิชของทีมชาติเบลเยียม พาทีมถล่มตูนิเซีย 5-2 ในนัดที่ 2 เป็นการคว้าชัย 4 นัดติด พร้อมตีตั๋วเข้ารอบ เรียบร้อย

สภาพทีมเกมนี้ ”มาร์ตี้” ต้องรอดูความพร้อมของ โรเมลู ลูกากู ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่เชื่อว่าก็น่าจะได้พักอยู่ดี รวมไปถึง เอแด็น อาซาร์ และ  ดรีส์ เมอร์เท่นส์  เช่นเดียวกับ แยน แฟร์ต็องเก้น, เควิน เดอ บรอยน์ และ โธมัส เมอนิเย่ร์ ที่ติดคาดโทษใบเหลือง ก็น่าจะได้พักไปโดยปริยาย  ส่วน แว็งซ็องต์ ก็องปานี และ โธมัส แฟร์มาเล่น 2 กองหลังตัวเก๋า ที่กลับมาซ้อมได้แล้ว ก็มีลุ้นออกสตาร์ตเกมแรก

เบลเยียมจะลงสนามในระบบ 3-4-2-1 โดยมี ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าเสา แนวรับประกอบไปด้วยโทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี และ โธมัส แฟร์มาเล่น  แดนกลาง อั๊ดนาน ยานาไซ จะเดินเกมร่วมกับ มารูยาน เฟลไลนี่, มูซ่า เดมเบเล่ และ นาเซอร์ ชาดลี่ ส่วน ยูริ ตีเลม็องส์ และ ธอร์กกาน อาซาร์ จะทำเกม รุกสนับสนุน มิชี่ บาตชูอายี่ ที่ยืนหอกเป้า

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อังกฤษ (3-5-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – ฟิล โจนส์, จอห์น สโตนส์, แกรี่ เคฮิลล์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดเล่ อัลลี่, เอริก ดายเออร์, ฟาเบียน เดลฟ์, แดนนี่ โรส – เจมี่ วาร์ดี้, มาร์คัส แรชฟอร์ด

เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โธมัส แฟร์มาเล่น – อั๊ดนาน ยานาไซ, มารูยาน เฟลไลนี่, มูซ่า เดมเบเล่, นาเซอร์ ชาดลี่ – ยูริ ตีเลม็องส์, ธอร์กกาน อาซาร์ – มิชี่ บาตชูอายี่

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

ความน่าจะเป็นของเกม

เกมนี้เป็นเพียงการหาแชมป์กลุ่มเท่านั้น การจัดตัวของทั้งคู่น่าจะเน้นสำรองลงสนามมากกว่า อยู่ที่ว่าตัวสำรองที่ได้รับโอกาสจะรีดฟอร์มเก่งออกมากันมากแค่ไหนและมีโอกาสที่เกมนี้จะจบลงด้วยการเสมอสูง

ผลการแข่งชันที่คาด : เสมอ 2 – 2

เซเนกัลน้ำตาตก โดนโคเคนยิงร่วงแม้แต้มเท่ายุ่น

โคลอมเบีย “สิงโตแห่งเตรันกา” เซเนกัล 1-0 จากประตูของ เยร์รี มินา ปราการหลังสังกัด บาร์เซโลนา ที่สนาม ซามารา อารีนา วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน จูงมือ ญี่ปุ่น เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึก ฟุตบอลโลก 2018 

ฟุตบอลโลก 2018 รอบแรก กลุ่ม H
เซเนกัล 0-1 โคลอมเบีย

โฮเซ เปเกร์มัน กุนซือ โคลอมเบีย ต้องการ 3 คะแนน การันตีเข้ารอบน็อกเอาท์ ส่ง ราดาเมล ฟัลเกา ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ฮาเมส โรดริเกวซ , ฮวน ควาดราโด และ ฮวน ควินเตโร ล่าตาข่าย เซเนกัล ที่มี เอ็ม’บาย เนียง กับ ซาดิโอ มาเน เป็นทีเด็ดแนวรุก

เริ่มเกมมา 12 นาที โคลอมเบีย ทักทายน่ากลัว ฮวน ควินเตโร ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายข้างถนัด บอลกระดอนพื้น คาดิม เอ็น’ดิอาย นายทวาร ปัดออกหลัง ก่อนเจอข่าวร้าย นาที 31 ฮาเมส โรดริเกวซ เพลย์เมกเกอร์ความหวัง บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนตัวกับ หลุยส์ มูเรียล

สู้กันต่อครึ่งหลัง แชมป์ โคปา อเมริกา 2001 ยังครองบอลบุกมากกว่า นาที 74 ฮวน ควินเตโร เปิดเตะมุมฝั่งขวาให้ เยร์รี มินา เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ สะบัดกดลงพื้น เสยเพดานตาข่าย ขึ้นนำ 1-0 เซเนกัล หวิดแก้คืนทันควัน นาที 77 ซาดิโอ มาเน แทงเจาะตรงกลางให้ เอ็ม’บาย เนียง แต่งหนีมาฝั่งขวา แล้วยิงยัดเต็มแรง ดาบิด ออสปินา นายทวาร ป้องกันไว้ได้

จบเกม โคลอมเบีย เก็บเพิ่มเป็น 6 แต้ม จาก 3 นัด แซงคว้าแชมป์สาย รอลุ้นผลคู่ดึก (01.00 น.) กลุ่ม G ว่าจะดวลกับ อังกฤษ หรือ เบลเยียม ขณะที่ เซเนกัล มี 4 แต้มเท่าเดิม จาก 3 นัด

ผลการแข่งขันอีกคู่หนึ่ง ที่สนาม โวลโกกราด อารีนา ญี่ปุ่น ปิดฉากรอบแบ่งกลุ่ม พ่ายแก่ โปแลนด์ แบบหวุดหวิด 0-1 จากประตูของ แยน เบดนาเร็ก เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ นาที 59 มี 4 แต้ม จาก 3 นัด แถมผลต่างลูกได้-เสียเท่ากับ เซเนกัล ทว่าคะแนน “แฟร์ เพลย์” ดีกว่า (นับใบเหลือง-แดง) จบอันดับ 2 ของสาย ส่วน โปแลนด์ เก็บเพิ่มเป็น 3 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เซเนกัล : คาดิม เอ็น’ดิอาย , คาลิดู คูลิบาลี , ซาลิฟ ซาเน , ยูสซุฟ ซาบาลี , ลามีน กาสซามา , อิดริสซา กูอาย , ชีกู คูยาเต , เกตา บัลเด , อิสไมลา ซาร์ , เอ็ม’บาย เนียง , ซาดิโอ มาเน

โคลอมเบีย : ดาบิด ออสปินา , เดวินสัน ซานเชซ , เยร์รี มินา , โยฮัน โมฮิกา , ซานติอาโก อาริอัส , ฮวน ควินเตโร , มาเตอุส อูริเบ , คาร์ลอส ซานเชซ , ราดาเมล ฟัลเกา , ฮาเมส โรดริเกวซ , ฮวน ควาดราโด

Skip to toolbar